วงร็อคมือขวาฉายาที่เป็นตำนานไมโคร

ถ้าพูดถึงวงร็อคในประเทศไทย ที่มีนักร้องนำรูปหล่อซึ่งทำให้สาวๆ ทั่วประเทศใจละลายมาแล้ว กับเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของวงนี้คือ ‘ขอดูมือขวา’ ของบรรดาแฟนเพลงที่มาเข้าร่วมชมการแสดง จึงทำให้ ‘ไมโคร’ ได้รับฉายาว่า ‘วงร็อคมือขวา’ ซึ่งเป็นภาพจำของแฟนเพลงมาจนถึงทุกวันนี้

‘ไมโคร’ เป็นวง Rock จากประเทศไทย สร้างเพลงฮิตคุณภาพออกมามายมาย เช่น ส้มหล่น, เติมน้ำมัน, จำฝังใจ, คนไม่มีสิทธิ์, ใจโทรมๆ , รักปอนๆ รวมทั้งเพลงอื่นๆ อีกมากมาย วงร็อคมือขวานี้มีสมาชิก ทั้งหมด 6 คน และออกผลงานมา 6 อัลบั้ม

สมาชิก

  • อำพล ลำพูน – นักร้องนำ
  • ไกรภพ จันทร์ดี – กีต้าร์, ร้องนำ
  • มานะ ประเสริฐวงศ์ – กีต้าร์
  • สันธาน เลาหวัฒนาวิทย์ – คีย์บอร์ด
  • อดินันท์ นกเทศ – เบส
  • อดิสัย นกเทศ – กลอง

กว่าที่ไมโครจะหลายมาเป็นอีกหนึ่งวงร็อคระดับตำนานของประเทศไทยนั้น ต้องย้อนความไปตั้งแต่ พ.ศ. 2527 พวกเขาใช้ชื่อว่า ‘เดอะ แคร็บ’ โดยเป็นวงดนตรีร็อคมาตั้งแต่แรกเริ่ม พวกเขาตระเวณเล่นตามสถานที่ต่างๆ จนเกิดไปสะดุดุตา ‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ผู้กำกับมากความสามารถ ‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ จึงนำ อำพล ไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘วัยระเริง’ พร้อมตั้งชื่อใหม่กลายเป็น “ไมโคร” ทำให้ อำพล ลำพูน และไมโคร มีชื่อเสียงโด่งดัง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ก่อนที่ไมโครจะออกอัลบั้มอย่างเป็นทางการนั้น พวกเขาได้มีโอกาสไปลอง Audition รายการ คอนเสิร์ตแดดเดียว ทางช่อง 9 จึงทำให้ ‘เรวัต พุทธินันทน์’ เห็นความสามารถ จึงชวนไมโครมาเซ็นสัญญากับค่าย Grammy entertainment

พ.ศ. 2529 ไมโคร ออกผลงานอัลบั้มชุดแรก คือ “ร็อค เล็ก เล็ก” มีเพลงดังอย่าง ‘รักปอนปอน’, ‘จำฝังใจ’, ‘ฝันที่อยู่ไกล’ เป็นต้น

พ.ศ. 2531 อัลบั้มชุดที่ 2 ก็คลอดออกมา มีเพลงดังมากมายหลายเพลง แต่สำหรับเพลง ‘เอาไปเลย’ ได้กลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ประจำวงไมโครนับตั้งแต่นั้นมา

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2533 เป็นยุคทองของ ไมโครประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยอดขาย หรือมีเพลงดังติดหูผู้ฟังไปทั่วประเทศมายมายหลายเพลง และยังมีทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศอีกด้วย

ต่อมา พ.ศ. 2534 หนุ่ย อำพล ผันตัวไปเป็นนักร้องไร้วง จึงทำให้ ‘ไกรภพ จันทร์ดี’ มาทำหน้าที่ขับขานบทเพลงแทน และออกอัลบั้มชุดที่ 4 เมื่อเขาจากไปแล้ว

พ.ศ. 2546 สมาชิกของวงทั้งหมดกลับหวนคืน สานต่อนำนาน พร้อมเปิดการแสดงคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า ‘ไมโคร ตำนานร็อคมือขวา’ ณ Impact arena เมืองทองธานี วันที่ 12-14 ธันวาคม พ.ศ. 2546